Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก » เนื้อหา » ข่าวและบทความอื่นๆ » ทำดี ไม่ต้องเหลียว
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
    Host Unlimited Domains on 1 Account
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
» EREC
» IPCC
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่าย
อื่นๆ
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

free counter with statistics

ทำดี ไม่ต้องเหลียว

เขียนโดย tee
Sunday, 14 October 2007


ถ้าคุณเห็นกล่องบริจาค ๒ กล่อง กล่องหนึ่งรับบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กกำพร้า อีกกล่องเชิญชวนสละเงินเพื่อช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว คุณจะหยอดเงินใส่กล่องไหน?

คำตอบคือ ถ้าคุณคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ คุณจะเมินกล่องที่ไม่มีเงินเลย แต่จะควักเงินใส่กล่องที่มีเงินบริจาคเต็มกล่อง!

นี่ เป็นข้อสรุปจากการทดลองของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิคตอเรียแห่งเวลลิงตันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้วิจัยได้เอากล่องบริจาคหลายแบบมาวางไว้ในที่สาธารณะเพื่อให้คนบริจาค บางกล่องไม่มีเงินเลย บางกล่องมีธนบัตรมากแต่เหรียญน้อย บางกล่องมีธนบัตรน้อยแต่เหรียญมาก โดยมีการติดกล้องถ่ายพฤติกรรมของผู้คนทในบริเวณนั้น

การทดลองนี้พบว่ากล่อง ไหนที่ไม่มีเงินใส่ไว้เลย คนส่วนใหญ่จะเมิน แต่จะนิยมบริจาคเงินลงในกล่องที่มีเงินอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ยิ่งมากเท่าไร คนก็ยิ่งใส่มากเท่านั้น นอกจากนั้นยังพบอีกว่า กล่องที่มีธนบัตรมากกว่าเหรียญ จะดึงดูดให้ผู้คนควักเงินครั้งละมาก ๆ แต่จำนวนคนบริจาคจะลดลง ตรงข้ามกับกล่องที่มีเหรียญมากกว่าธนบัตร จะเชิญชวนให้คนเข้ามาบริจาคมากขึ้น แต่มูลค่าของเงินบริจาคจะลดลง

ข้อ สรุปจากการทดลองนี้ก็คือ ผู้คนส่วนใหญ่ควักเงินบริจาคก็เพราะเห็นคนอื่นบริจาคกัน หากเห็นกล่องที่มีเงินบริจาคเต็มกล่องแล้วทำเมินเฉย จะรู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที เช่น อาจรู้สึกผิด หรือขายหน้า แต่จะสบายใจมากหากเห็นกล่องนั้นไม่มีเงินบริจาค “ก็คนอื่นเขายังไม่บริจาคเลย ฉันไม่บริจาคอีกสักคน จะเป็นไรไป” หลายคนอาจคิดอย่างนี้

การทดลองดังกล่าวบอกให้เรารู้ว่า พฤติกรรมของคนเรา (ซึ่งคงไม่ใช่แค่คนนิวซีแลนด์เท่านั้น) มักจะถูกกำหนดโดยคนอื่นอย่างไม่รู้ตัว แม้แต่การตัดสินใจทำสิ่งดี ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากก็ยังขึ้นอยู่กับว่ามีคนอื่นทำก่อนแล้วกี่มากน้อย

และ ถ้ามองให้ลึก ๆ จะพบว่า การทำความดีมักจะมีเรื่องอัตตาเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเห็นคนอื่นทำ แต่เราไม่ทำ ก็รู้สึกเสียหน้า และถ้าเห็นคนอื่นหยอดธนบัตรลงไป ก็อดไม่ได้ที่จะควักธนบัตรใส่ลงไปด้วย จะหยอดเหรียญลงไปก็ดูกระไรอยู่ แต่ถ้าเห็นกล่องมีแต่เหรียญ ก็จะไม่รู้สึกขายหน้าเลยที่ให้เงินเหรียญ เพราะคนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนี้เหมือนกัน

ขอให้สังเกตดูว่าพฤติกรรมเหล่ านี้เรามักจะทำโดยไม่รู้ตัว และคงไม่ใช่แค่การบริจาคเงินเท่านั้นที่เราปล่อยให้คนอื่นเข้ามากำหนดพฤติกรรมของ เรา โดยมีเรื่องของหน้าตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลามีคนเป็นลมล้มทรุดกลางถนน หรือถูกทำร้ายท่ามกลางฝูงชน จึงไม่มีใครสักคนเข้าไปช่วย หรือกว่าจะเข้าไปช่วยก็ทิ้งเวลาจนเนิ่นนาน คำตอบก็เห็นจะเป็นเพราะทุกคนคอยแต่จะให้คนอื่นเข้าไปช่วย ครั้นคนอื่นนิ่งเฉย คนที่เหลือก็เลยเฉยไปด้วย โดยไม่รู้สึกผิด (“ก็คนอื่นเขายังไม่ทำอะไรเลย”)

แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนไป หากเหตุร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าคนเพียง ๒-๓ คน คนไม่กี่คนนั้นแหละมักจะเข้าไปช่วย เพราะถ้านิ่งเฉย ก็จะรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ในฐานที่มีส่วนรู้เห็นกับชะตากรรมของผู้เคราะห์ร้ายดังกล่าว

การทำความดีโดยได้รับอิทธิพลจากผู้อื่น หรือเพราะกลัวเสียหน้า และทนความรู้สึกผิดไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ดีกว่าไม่ทำเสียเลย แต่ใช่หรือไม่ว่า บ่อยครั้งเราปล่อยให้คนอื่นมากำหนดพฤติกรรมของเรามากเกินไป จนทำสิ่งที่ไม่ดี เช่น การรังเกียจหยามหยันคนบางคน เพียงเพราะว่าคนอื่นเขาก็ทำเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่คน ๆ นั้นไม่ได้ทำอะไรที่เลวร้าย เพียงแต่เขาคิดหรือทำไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ในที่นั้น (เช่น ไม่เคยใส่เสื้อเหลืองเลยสักวัน) หนักกว่านั้นก็คือ ทุจริตคอร์รัปชั่น ก็เพราะใคร ๆ เขาก็ทำกัน (“ถึงฉันไม่ทำ คนอื่นก็ทำ”)

ใคร ๆ ก็อยากเป็นตัวของตัวเอง แต่บ่อยครั้งเรากลับยอมให้ผู้คนแวดล้อมมาบงการความคิดและพฤติกรรมของเราโดยไม่ รู้ตัว นับตั้งแต่การกิน การแต่งกาย การช็อปปิ้ง การเที่ยวไปจนถึงการหาคู่ การเลี้ยงลูก ไม่เว้นแม้กระทั่งการจัดงานศพ การทำเหมือนคนอื่นไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตราบใดที่เป็นการกระทำที่รู้ตัวและเกิดจากวิจารณญาณ ไตร่ตรองด้วยเหตุผล โดยมุ่งเอาความดีงามและประโยชน์สุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่นเป็นที่ตั้ง

ชีวิตนี้เป็นของเรา จึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มิใช่หรือ

ที่มา
http://www.budnet.info/webb0ard/view.php?category=textc&wb_id=47&visitOK=1
 
   

 tee
Numthang.Org

ผู้ดูแลเนื้อหา
ความคิดเห็นที่ 1 Re: ทำดี ไม่ต้องเหลียว
ชีวิตนี้เป็นของเรา จึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มิใช่หรือ

แต่ทำไมผู้คนจึงหวังดีชอบมากำหนดชีวิตให้กันนะ
ผู้โพสต์ : tee [Sun, 14 Oct 2007 11:29 203.152.3.170]

 pangpond


สมาชิกทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2 Re: ทำดี ไม่ต้องเหลียว
อืมมม.... ใช่จริงๆ

เวลาใส่ซองผ้าป่า ถ้าเห็นคนอื่นใส่เยอะก็รู้สึกไม่ดีถ้าตัวเองจะใส่น้อย
ผู้โพสต์ : pangpond [Sun, 14 Oct 2007 12:34 124.120.97.101]

 tee
Numthang.Org

ผู้ดูแลเนื้อหา
ความคิดเห็นที่ 3 Re: ทำดี ไม่ต้องเหลียว
เรื่องบริจาคนี้กลับกันเลยว่ะ ถ้าเห็นคนใส่เยอะแล้ว จะไม่ใส่เลย ใครไปวัดทำบุญอะไร ไม่เคยใส่เลย จะบริจาคอะไรต้องดูเนื้อหาก่อน และพิจารณาว่ามาจากมือหนึ่งไม่ใช่มือสอง สาม สี่ ห้า ต้องมีหลักฐานว่าไปถึงแน่นอนและเอาไปทำอะไร
ผู้โพสต์ : tee [Sun, 14 Oct 2007 15:00 203.152.3.170]
 
หน้า : 1

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net