Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
หน้าแรก » เนื้อหา » สิ่งแวดล้อม » พืชไร่อุตสาหกรรม โง่ จน เจ็บ
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
Main Menu
Main Category
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
» EREC
» IPCC
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่าย
อื่นๆ
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท
สนับสนุนเรา

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

Technorati Profile

free counter with statistics

พืชไร่อุตสาหกรรม โง่ จน เจ็บ

เขียนโดย tee
Tuesday, 01 September 2009


เปลี่ยนหัวเรืื่องแต่เนื้อเดิมๆ ครับ จาก ไร่ข้าวโพด ต้นเหตุทำลายป่ากับ CSR ของจริง เนื่องจากว่าผมสนใจที่จะสื่อประเด็นของ โง่ จน เจ็บ นี้มากกว่า ปัญหาเหล่านี้ จะไม่มีวันหมดไป แต่นำเสนอเพื่อให้ปัญหาลดน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่

สำหรับ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ เป็นวันครบรอบ 19 ปี การเสียชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ผมกับพรรคพวกพากันมาสำรวจป่าสงวนฯแห่งหนึ่ง ที่อยู่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แถวบ้านคลองเสลา อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี จำได้ว่าเมื่อเกือบสิบปีก่อน เคยขับรถมาแถวนี้ เส้นทางลำบากมาก เป็นป่าใหญ่ แน่นทึบอุดมสมบูรณ์ สลับกับไร่นาของชาวกะเหรี่ยงที่อยู่อาศัยกันมานาน มีวิถีชีวิตดั้งเดิมที่พึ่งพาธรรมชาติ ใช้ไร่หมุนเวียนโดยไม่รบกวนพื้นที่ป่ามากเกินไป

สมัยคุณสืบมีชีวิตอยู่ เคยเล่าให้ผมฟังว่า ป่าสงวนฯเหล่านี้สำคัญมาก เพราะเป็นป่าแนวกันชน ป้องกันไม่ให้มีใครบุกรุกทำลายป่าเข้าไปถึงป่าห้วยขาแข้งได้

แต่มาครั้งนี้ ยอมรับว่าต้องทำใจกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

เราขับรถเข้าไปอย่างสบาย ถนนหนทางสะดวกขึ้น สองข้างทางที่เคยเป็นป่าผืนใหญ่ ได้กลายสภาพเป็นไร่ข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา เห็นต้นไม้ใหญ่กลางไร่ยืนต้นตายจากการถูกเผา แทบไม่น่าเชื่อว่าภายในสิบปี พื้นที่ป่าสงวนฯนับหมื่นไร่ภายในหุบเขาหลายหุบกำลังกลายเป็นไร่ข้าวโพด

ไร่ข้าวโพดเหล่านี้รุกไปจนประชิดป่าห้วยขาแข้งแล้ว

แน่นอนว่า ชาวกะเหรี่ยงที่เคยมีวิถีชีวิตดั้งเดิม เรียบง่าย ใช้ผืนป่าอย่างรู้คุณค่า ปลูกข้าวไร่พออยู่พอกิน อยู่ดีๆ คงไม่สามารถมาเปิดพื้นที่ป่าอย่างมโหฬารได้

แต่เกิดจากการที่บริษัทขายเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ของประเทศ ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลความเจริญหันมาปลูกข้าวโพด อ้างว่าราคาดีกว่าการปลูกข้าวไร่ และเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดชนิดใหม่ให้ผลผลิต 2 ฝักต่อต้น ใบสีเขียวเข้ม ต้านทานโรคราสนิม ตำแหน่งฝักต่ำ เก็บเกี่ยวง่าย แกนเล็กเมล็ดลึก ทนแล้ง ปลูกได้ดีในที่ดอน ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์เดิมถึง 14%

ลืมบอกไปว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดนี้เป็นชนิดพิเศษผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรมเรียบร้อย เมื่อปลูกจนโตออกฝักใหม่แล้ว ไม่สามารถเอาเมล็ดข้าวโพดไปปลูกต่อได้ เหมือนกับเมล็ดพันธุ์ตามธรรมชาติ หากชาวบ้านอยากปลูกข้าวโพดต่อก็ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากพ่อค้าเพิ่ม

ระหว่างทางเราเห็นป้ายโฆษณาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดติดกันหนาแน่นตามเสาไฟ แข่งกับป้ายของพระเยซูที่ติดบนยอดเสาไฟ พอรถเข้าไปในหมู่บ้านกะเหรี่ยง เราได้ยินสปอตโฆษณาทางวิทยุเสียงนักร้องชื่อดังว่า "ข้าวโพดพันธุ์ดี ต้องซีพีตองแปด"

ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นทางพ่อค้ามีการเอาหนังเร่ เอาดนตรีเข้ามาแสดงในหมู่บ้าน สลับกับการโฆษณาเมล็ดพันธุ์พิเศษ

พอชาวบ้านซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ทางบริษัทก็แนะนำปุ๋ยชนิดพิเศษยี่ห้อหนึ่งให้ บอกว่าหากปลูกข้าวโพดเมล็ดพันธุ์นี้ ต้องใช้ปุ๋ยชนิดนี้เท่านั้น ข้าวโพดจึงจะให้ผลผลิตงาม ใช้ปุ๋ยยี่ห้ออื่นมันจะไม่เข้ากัน

ชาวบ้านก็เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ หลายคนก็เริ่มเป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ในการไปกู้ยืมเงินมาซื้อเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย โดยมีที่ดิน ส.ป.ก.เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และพอชาวบ้านปลูก ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ก็เห็นว่าขายข้าวโพดได้กำไรมากกว่าปลูกข้าวขาย แถมมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ไม่ต้องเสียเวลาขนข้าวโพดออกไป


ต่อมาบรรดาพ่อค้าที่รับเมล็ดข้าวโพดมาขาย ก็พยายามขายเมล็ดพันธุ์กับปุ๋ยให้มากๆ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการบุกรุกป่าโค่นต้นไม้ใหญ่ให้เป็นไร่ข้าวโพดนับ หมื่นไร่

ชาวกะเหรี่ยงแถวนั้นที่เคยมีพื้นที่การเกษตรประมาณครอบครัวละ 10 ไร่ ก็เพิ่มขึ้นเป็นคนละ 30 ไร่ เพื่อจะปลูกข้าวโพดให้มากๆ

นักการเมืองก็เข้ามาหาเสียงโดยการตัดถนนอำนวยความสะดวกในการขนส่งพืชไร่

เมื่อพื้นที่เพิ่มขึ้น บรรดาพ่อค้าในตลาดก็มาเร่ขายรถไถ (ยี่ห้อดังต้องคูโบต้า) อวดสรรพคุณเพิ่มประสิทธิภาพการทำไร่ โดยมี ธ.ก.ส.คอยปล่อยกู้ ใครมีพื้นที่มากก็กู้ได้มาก

หนี้สินของชาวบ้านเริ่มพอกพูนขึ้น และเมื่อถนนเริ่มสะดวกขึ้น ชาวบ้านเริ่มมีเงินสดไว้จับจ่ายใช้สอย พ่อค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ รถปิคอัพก็ตามมา ชาวบ้านก็เป็นหนี้มากขึ้น

เมื่อหนี้สินมากขึ้น ก็ต้องบุกรุกป่าเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้มากขึ้น จะได้มีเงินไปโปะหนี้ โดยมีรถไถช่วยอำนวยความสะดวกในการทำลายป่า

ทุกวันนี้ในหมู่บ้านกะเหรี่ยง ทุกครอบครัวจึงเป็นหนี้สินเฉลี่ยรายละ 4 หมื่นบาท ยิ่งเพิ่มพื้นที่ปลูกมาก ยิ่งเป็นหนี้สินมากขึ้น

บริษัทก็ขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดและปุ๋ยได้มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นทิศทางเดียวกับการทำลายป่าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ภายในประเทศ ที่นำไปเลี้ยงไก่ตามเล้าหรือระบบปิดทั่วประเทศ และไม่ต้องแปลกใจที่บริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด บริษัทผลิตอาหารสัตว์ และบริษัทผลิตเนื้อไก่ ล้วนเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนเดียวกัน เป็นอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยมีชาวไร่ ชาวนาทั่วประเทศเป็นลูกจ้างปลูกข้าวโพดอย่างไม่รู้ตัว

ต่อมาเมื่อน้ำมันราคาแพงขึ้น จึงมีการนำข้าวโพดไปผลิตเอทานอล ความต้องการข้าวโพดยิ่งเพิ่มมาก จึงมีราคาถีบตัวสูงขึ้น ปัจจุบันมีความต้องการข้าวโพดประมาณ 5.5 ล้านตันต่อปี ขณะที่แต่ละปีทั่วประเทศผลิตได้เพียง 4 ล้านตัน ความต้องการข้าวโพดจึงมีอยู่อีกมาก

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ หากจะพบว่าการบุกรุกป่าได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามความต้องการพื้นที่ปลูกไร่ข้าวโพด (ยังไม่นับรวมถึงการบุกรุกป่าเพื่อเปลี่ยนเป็นสวนยางพารา ไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลัง)

ใครมีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัด จะพบว่าบริเวณที่เคยเป็นป่าสงวนฯ ได้กลายเป็นไร่ข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไม่ค่อยกล้าจับกุม เพราะกลัวปัญหาความขัดแย้งกับมวลชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการบุกรุกป่าที่บ้านคลองเสลานั้น เป็นเรื่องน่ายินดี ที่ทางมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อกำหนดเขตป่าสงวนฯให้ชัดเจน สร้างกฎกติกากันใหม่ ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายคือทำให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้

แต่ปัญหาการบุกรุกป่าสงวนฯทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่เป็นไร่ข้าวโพด บริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดจะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไร จะร่วมมือในการแก้ปัญหาการทำลายป่าอย่างไร

บริษัทเหล่านี้ไม่ต้องเสียเวลาทำกิจกรรม CSR แบบแจกถุงผ้า หรือปลูกป่าลดโลกร้อนให้เสียเวลา แต่นี่แหละคือการทำ CSR ของจริง

หากตั้งใจแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตัวเองมีส่วนในการทำลายป่า

โดย
One Ton
ที่มา

http://onopen.com/vanchaitan/09-08-31/4984

ลิงค์ถาวร

 
 

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
*
กรุณาพิมพ์ตามตัวอักษรเหล่านี้, ถ้าหากคุณอ่านไม่ออกให้กดส่งข้อความอีกครั้งเพื่อสร้างตัวอักษรใหม่
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net