|
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ การดำนา งานหนักที่สำคัญอีกประการที่จะรอการถากถางจากมือฉัน คือ ต้นหญ้า ทุกสายพันธุ์ที่มารวมอยู่ ณ ที่เดียวกัน ทั้งในสวนผักและกลางทุ่งนา
ต้นหญ้า คือ สิ่งที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง นอกเหนือจากการทำให้ผัก ต้นไม้ และกอข้าว ได้หายใจสะดวก
ปกติฉันจะขี่จักรยานขึ้นไปถางหญ้าคนเดียว แต่ความรกและหนาของต้นหญ้า แม่จึงไม่ปล่อยให้ฉันต่อสู้กับมันเพียงลำพัง 4 ชั่วโมง นอกจากเราจะถางหญ้าระหว่างต้นไม้สักได้ประมาณ 6-7 ต้น สิ่งที่ฉันได้รับนอกจากนั้น คือ ความอบอุ่น ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น
ฉันจากบ้านไปเรียนในเมืองใหญ่ตั้งแต่อายุ 13 อายุ 31 กลับมาทำงานในผืนดินกับแม่อีกครั้ง เกือบ 20 ปี ที่ฉันไม่เคยได้ใช้เวลาอยู่กับแม่แบบนี้เลย ทำงานไป เราก็พูดคุยกันไปในทุกๆ เรื่อง ยิ้มและหัวเราะให้กันและกัน
เวลาบ่าย ฉันกับแม่ก็ยืนอยู่กลางทุ่งนาผืนเดียวกัน เหงื่อไหลหยดจากจมูก ไหลซึมตามร่างกาย แต่เราก็ยังก้มหน้าถอนหญ้า ฉันขอถอนหญ้ากลางผืนนา เพื่อแม่จะได้ไม่ต้องเดินหอบหญ้ามาทิ้งบนคันนา วันที่แดดแผดจ้า ฉันมักภาวนาเสียงดังให้ลมพัด จะได้เห็นกอข้าวไหวเอนลู่ลม และเย็นกายสบายใจ บางครั้งคำภาวนาก็ได้ผล แต่บางครั้งแม้สายลมอ่อนก็ยังไม่พัดผ่าน การไม่ได้ในสิ่งที่หวังทำให้ฉันหงุดหงิดใจ อดที่จะบ่นเสียงดังๆ ไม่ได้ แม่จะมีคำพูดที่ทำให้ฉันสู้แดดได้เสมอ "ไม่อย่างนั้น เราก็จะสบายเกินไป" ได้ยินทีไรแล้วมีแรงฮึดทุกที
แดดร้อนยามบ่าย หรือแม้แต่ฝนจะลงเม็ดให้เปียกปอนบ้าง และคำภาวนาของฉันจะไม่ได้สมปรารถนาทุกครั้งไป แต่การถอนหญ้าก็ย้ำให้ฉันรู้ถึงสัจธรรมที่ว่า "ไม่มีใครได้ทุกอย่างอย่างที่ต้องการ"
แม้แดดจะจ้า ร้อนสุดร้อน แต่ใจฉันกลับอบอุ่น แม้ฟ้าจะครึ้ม สลัวแสนสลัว แต่ใจฉันกลับเต็มไปด้วยแสงสว่าง นอกเหนือจากการถางและถอนหญ้า ฉันยังได้ถากถางทางที่ห่างไกล สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้ชิดใกล้มากกว่าเดิม
ต้นหญ้าที่ฉันกับแม่ช่วยกันถางและถอน คือ เรื่องสำคัญที่เราต้องทำ แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือ การทำช่วงเวลาที่มีร่วมกันให้มีค่าในทุกๆ โมงยาม |